แฟนหงส์เฮลั่น รวยสุดในยุโรป ต้องเข้ามาอ่านที่ “sbobet”

ใครเป็นแฟนหงส์แดง ใครเป็นเด็กหงส์ ใครเชียร์หงส์ ต้องถึงเวลาที่เฮลั่นแล้ว เพราะว่ากลายเป็นทีมฟุตบอลที่ตอนนี้เป็นมหาอำนาจ รวยที่สุดในยุโรปกันไปเลยทีเดียว ก็อาจจะไม่ดีใจเท่ากับการครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่มันก็เป็นความดีใจที่อาจจะบอกได้ว่า เฮ้ย.. ทีมข้ารวยที่สุดนะเว้ย อะไรแบบนี้ ก็สามารถติดตามรายละเอียดนี้ได้กับสื่อในวงการลูกหนังออนไลน์และใครที่ชอบแทงบอลออนไลน์กับทีมลิเวอร์พูลมาตลอด ต้องไม่พลาดในการติดตามของเราตอนนี้กันเลยที่ “sbobet“ที่เดียว

ในวงการลูกหนังออนไลน์และใครที่ชอบแทงบอลออนไลน์กับทีมลิเวอร์พูลมาตลอด ต้องไม่พลาดในการติดตามของเราตอนนี้กันเลยที่ "sbobet"ที่เดียว

แฟนหงส์เฮลั่น รวยสุดในยุโรป ต้องเข้ามาอ่านที่ “sbobet”

ตามการรายงานข่าวของผู้จัดอันดับทางด้านสถิติในวงการกีฬาชื่อดังอย่าง ซีเอไอเอส ก็เปิดเผยออกมาเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ณ ตอนนี้ เท่านี้ผู้จัดเก็บข้อมูลเอง และ การรวบรวมยอดการมีรายได้จากการขายนักเตะออกไปในแต่ละทีมนั้น ทั่วโลก ทั้งในยุโรปและทวิปอื่นๆ ซึ่งที่เด่นชัดมากที่สุด ก็คงเป็นทีมฟุตบอลในยุโรปนั้นเอง ที่มีนักเตะที่ปั้นมาแล้วก็ปล่อยขายออกไป ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถพาทีมนั้นไปสู่คำว่าเจ้าแห่งความรวยก็ตาม แต่บางครั้งการปล่อยนักเตะที่มีราคาค่าตัวแพงๆ ออกไป นั้นหมายความว่า ทีมที่ปล่อยนักเตะเหล่านั้นไป ก็จะขาดขุนศึกชั้นยอดไปเลยทีเดียว ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวในช่วงปลายเดือนกันยายน ปี 2016 ที่ผ่านมานั้น ก็เป็นที่สรุปได้ว่า

ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลนั้นตอนนี้เป็นแชมป์ในการขายแข้งไปมากที่สุด รับทรัพย์มาแล้วมากที่สุดเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีให้หลังมานี้ ซึ่งสโมสรลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นที่หนึ่งของทีมทั้งหมดในยุโรปเลย โดยการเก็บรวบรวมสถิตินั้น ก็เก็บมาตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาจนมาถึงปีสุดท้ายก็คือปีนี้ปี 2016 ก็นับมาเป็นเวลากว่า 7 ปีเต็มแล้ว ซึ่งตัวเลขที่ออกที่เป็นมูลค่าโดยรวมแล้ว ก็ตกอยู่ราวๆ 442 ล้านยูโร ใครอยากจะทราบว่าเป็นเงินไทยประมาณเท่าไหร่ ก็ลองบวกลบคุณหารกันเอาเองเลย เป็นตัวเลขที่ไม่อยากจะคิดเลยทีเดียว แต่ที่รู้ๆ นั้น เรื่องของการขายนักเตะคนดังออกไปตั้งแต่ปี 2010 นั้นก็มีนักเตะมากมายที่ทีมหงส์แดงตัดหางปล่อยวัด ตัดใจเอาตังค์ดีกว่าเอาตัวไว้ อะไรแบบนั้น ก็ขายเฟอร์นัลโด ตอร์เรท ไปให้กับทีมสิงห์บลู เชลซี ด้วยการให้เชลซีขนเงินขึ้นรถบรรทุกสิบล้อสิบคันก็ยังไม่พอ ด้วยมูลค่าที่ 57.89 ล้านยูโรมาสู่ขอพ่อหนุ่มคนนี้ไปอยู่ด้วย ถัดมาก็ยังปล่อยนักเตะซุปตาร์อีกหนึ่งคนที่มีชื่อว่า หลุยส์ ซัวเรส ให้กับทีมบาร์ซ่า ไปอีกในตัวเลขที่บาร์ซ่าแทบจะขนเงินขึ้นเครื่องบินมาหลายสิบลำ เพื่อมาสู่ขอพ่อซัวเรสกับทีมหงส์แดง มากถึงมูลค่า 86.79 ลานยูโรกันเลยทีเดียว แล้วก็มีอีกหนึ่งนักเตะที่ค้าแข้งได้แพงพอๆ กันก็คือ ลาอิม สตรอริ่งค์ ไปให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยจำนวนเงินที่พอๆ กับกับการขนเงินสดๆ ขึ้นรถบรรทุกมาประมาณ 10 คันก็ยังไม่พอขน เพราะจำนวนเงินมีมูลค่าประมาณ 56.82 ล้านยูโรกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าตัวเลขทั้งหมดนี้มันยังไม่ใช่เรื่องของการปล่อยนักเตะที่ออกไปค้าแข้งกันในต่างแดน ต่างสนามของทีมหงส์แดงทั้งหมด แต่เอาเป็นว่า โดยรวมๆ แล้วจากการเปิดเผยของ ซีเอไอเอส นั้น ก็บอกเอาไว้ว่า ในช่วง 7 ปีให้หลังมานี้  ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล นั้น กลายเป็นยอดทีมฟุตบอลที่มีความร่ำรวยในการขายตัวนักเตะออกไปติดเป็นอันดับหนึ่งของยุโรปไปแล้ว แล้วเพื่อนๆ อยากจะทราบไหมว่า จะมีทีมฟุตบอลในสโมสรใดอีกบ้าง ที่มียอดขายตัวนักเตะออกไปได้รองลงมาจากทีมหงส์แดงกันบ้าง คำเฉลยก็คือ อันดับที่สองทีมีมูลค่าการขายตัวนักเตะออกไปที่ 432 ล้านยูโรนั้น ก็คือทีมฟุตบอลที่มีชื่อว่าทีมบาเลนเซียร์นั้นเอง ส่วนอันดับที่สามที่มีมูลค่าสินทรัพย์ในการขายนักเตะออกไปมากที่สุดก็คือ 415 ล้านยูโร ตกเป็นของทีมยูเวนตุดนั้นเอง แต่ถ้าเจาะลึกไปมองกันแค่ว่า สโมสรฟุตบอลที่อยู่ในเกาะอังกฤษหรือว่าในพรีเมียร์ลีก อังกฤษนั้น ทีมฟุตบอลทีมไหนที่ตกเป็นรองลิเวอร์พูล ก็ทีมทีม สเปอร์ส ที่มียอดรวมในการขายแข้งทองของตัวเองไปทั้งหมดที่ 369 ล้านยูโรเท่านั้นเอง เป็นตัวเลขที่อ่านดูแล้วสิวๆ ชิวๆ มากเลย ไม่กี่หมื่นล้านบาทหรอก แค่นี้เอง

เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะครับสำหรับแฟนบอลของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล เมื่อรู้ว่าทีมของตัวเองที่ตามชม ตามเชียร์ แล้วก็มีหลายคนที่ตามแทงบอลออนไลน์กับทีมที่ตัวเองรักมาตลอดแบบนี้ ก็คงจะดีใจเมื่อรู้ว่าเป็นทีมฟุตบอลที่ตอนนี้ ก็กลายเป็นอาเสี่ย รวยที่สุดในยุโรปกันไปแล้ว แล้วก็รวยที่สุดบนเกาะอังกฤษอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะรวยที่สุดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีสิทธิ์ที่จะคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ไปได้ง่ายๆ ก็ต้องมาลุ้น ติดตามเชียร์กันไปเรื่อยๆ เพื่อให้ความเป็นแฟนบอลพันธ์แท้นั้นเกิดมีความสะใจในทุกครั้งที่หงส์ประกาศศักดานะครับ

 

บทความที่น่าสนใจ  มาทำความรู้จักกับ มัทส์ ฮุมเมิลส์ นักเตะที่เกิดในถิ่นเสื้อใต้แต่ไปโด่งดังในถิ่นเสือเหลือง ได้ที่ “sbobet”

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | 1 ความเห็น

ทำไมแข้งเดือดในยุโรปต้องไหลไปจีน หาคำตอบได้ที่ “sbobet”

เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนที่ติดตามชม ติดตามเชียร์ แล้วบางท่านก็ถึงขนาดขั้นที่ว่าติดตามแทงบอลออนไลน์ตามฝั่งนักเตะของตัวเองที่ชื่นชอบมาโดยตลอดนั้น คงจะนึกสงสัยอยู่ในใจว่า เอ๊ะ ทำไมอาชีพนักฟุตบอลที่เขาประสบความสำเร็จ สามารถก้าวเข้าไปค้าแข้งอยู่ในลีกดังๆ อยู่ในสโมสรที่มีชื่อเสียงมากๆ ทำไมพวกเขาเหล่านั้นได้เงินเดือนกันแพงจังเลย แพงถึงชนิดที่ว่ามีค่าเหนื่อยที่หายใจทิ้งไปเป็นวินาทีก็หลักพันบาทแล้ว อะไรแบบนั้น คิดเป็นสัปดาห์ก็หลักล้านบาท คิดเป็นเดือนก็หลักหลายล้านบาท อะไรแบบนั้น ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่คนทั่วๆ ไปอย่างเราที่เล่นฟุตบอลก็พอได้นะ พอได้แบบชนิดที่ว่าเล่นชิวๆ แต่ไม่จริงจังเหมือนนักเตะเหล่านั้น ทำไมอาชีพนี้ถึงได้เงินเยอะจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่มาขัดแย้งกันก็คือ อาชีพนักเตะจริงๆ แล้วมันได้เงินเยอะก็จริง แต่ระยะเวลาในการค้าแข้งมันสั้น นานที่สุดเลยประมาณ 10 ปี ก็ถือว่าหรูแล้ว บางคนก็ไม่กี่ปีก็โรยรา แขวนสตั๊ซไป เขาไม่จ้างบ้าง ฟอร์มตกบ้าง สารพัดปัญหาที่จะตามมา ดังนั้น ในบทความตอนนี้ “sbobet“จะมาวิเคราะห์กันว่า เดี่ยวนี้ทำไมแข้งเดือดหลายๆ คน ถึงจะต้องไปกอบโกยเงินกันที่ประเทศจีน แล้วทำไมวงการฟุตบอลในลีกจีน ถึงใจกล้า กล้าที่จะจ่ายเงินมากกว่าทางฝั่งยุโรปเขาจ้างกันเสียอีก ประเด็นนี้แหละที่จะมา เผยไต๋ กันว่าเกิดอะไรขึ้นในปัจจุบันนี้

 "sbobet"จะมาวิเคราะห์กันว่า เดี่ยวนี้ทำไมแข้งเดือดหลายๆ คน ถึงจะต้องไปกอบโกยเงินกันที่ประเทศจีน แล้วทำไมวงการฟุตบอลในลีกจีน ถึงใจกล้า

ทำไมแข้งเดือดในยุโรปต้องไหลไปจีน หาคำตอบได้ที่ “sbobet”

วิเคราะห์กันตามหลักกายภาพก่อนเลย ทำไมฟุตบอลลีกจีนถึงกล้าดึงตัวนักเตะหลายๆ คน ที่เป็นแข้งดัง หรือ นักเตะที่เคยเป็นแข้งดัง แต่เกือบที่จะหมดสภาพหลายๆ คนที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรป จนทีมฟุตบอลในยุโรปหลายๆ ทีมเขาไม่ต้องการแล้ว แต่พอไปดูพี่จีน เขาพร้อมอ้าแขนรับเสมอ แล้วก็ไม่ใช่จ้างถูกๆ ด้วย จ้างแพงกว่าที่เคยได้รับในการค้าแข้งในยุโรป ก็มีเหมือนกัน สาเหตุแรกเลย เราต้องมองไปถึงเรื่องของ เศรษฐกิจในยุโรป พูดตามตรงว่า ตอนนี้ซบเทรา เรื่องของการเงินในยุโรปถือว่าย่ำแย่ แต่เศรษฐกิจในเอเชีย หรือ โดยเฉพาะในจีน กลับกลายเป็นว่า พื้นตัวอย่างมาก ทำให้จีนเองถือว่าเป็นแหล่งเงินที่สำคัญ แล้วเราจะเห็นว่านักธุรกิจหลายๆ รายในเอเชียโดยเฉพาะในจีน กำลังก้าวเข้าไปฮุบธุรกิจในยุโรป หรือ ไปซื้อธุรกิจ ไปเทคโอเวอร์ธุรกิจในยุโรปก็เยอะเหมือนกัน

มองอีกมุม ต้องยอมรับเลยว่า วงการฟุตบอลในลีกจีนเอง ยังไม่มีคุณภาพดีเท่ากับในยุโรป ตรงนี้ถือว่าแน่นอน ชัวร์ๆ ในจีนนั้นเขาก็ยอมรับกันว่ามลภาวะ มลพิษทางอากาศต่างๆ เยอะไปหมด อากาศในยุโรปดีกว่าแน่นอน สภาพสนามฟุตบอล เรื่องมาตรฐานทางด้านกีฬาลูกหนังก็ย่ำแย่ ไม่ดี ถ้าเป็นในจีนจะคิดแบบนั้น ในยุโรปเอาจริงเอาจังเรื่องกีฬาฟุตบอลอย่างมาก พัฒนาเป็นองค์รวม พัฒนาไปพร้อมๆ กัน สนามหญ้าได้มาตรฐาน เมื่อเป็นเช่นนี้ ถามว่าพี่จีนเอง จะแก้ปัญหาทางกายภาพแบบนี้อย่างไร หลักง่ายๆ ก็คือ ใช้เงินล่อ เพราะเขามีเงินเยอะ ก็ใช้วิธีนี้เลย แล้วก็ใช้เงินล่อแบบเยอะๆ ด้วย กล้าทุ่ม กล้าได้ กล้าเสีย แต่วิธีนี้เองก็ต้องยอมรับว่า ไม่ได้ดีไปเสียทั้งหมด ไม่ได้เวิร์คไปเสียทั้งหมด เพราะถ้าดูเรื่องเงินอย่างเดียวแล้ว นักเตะในยุโรปบางคน ที่ได้รับข้อเสนอจากลีกจีนเองที่ให้เงินมากกว่า ก็ยังไม่ยอมรับและยังไม่ไปค้าแข้งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า 2 นักเตะดังในทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยถูกทีมในลีกจีนยื่นข้อเสนอมาว่า จะให้ค่าจ้างที่เยอะกว่าที่เคยได้ในยุโรป ในทัพปีศาจแดง เยอะกว่า 1 เท่าตัว ตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เข้าไปค้าแข้ง คือกล้าการันตีแบบนี้เลย ซึ่งนักเตะที่ยกตัวอย่างมานี้ก็คือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิซ กองหน้าชาวสวีเดน คนนี้ก็ตอบปฏิเสธไปเลยทันทีว่า ไม่ไป เขาไม่ไปค้าแข้งในลีกจีน ถึงแม้ว่าจะให้มากกว่าก็ตาม แล้วอีกหนึ่งคน ที่กลายเป็นนักเตะที่มีแฟนบอลมากมายในอังกฤษอย่าง เวนย์ รูนี่ย์ ซึ่งยอมรับว่าในลีกผู้ดีนั้น รูนี่ย์ เองหมดสภาพไปแล้ว ทีมหนก็ไม่อยากจะรับแล้วถ้าในฝั่งยุโรป แต่ในลีกจีนเองบอกเลยว่า ฉันพร้อมรับ อ้าแขนรับทุกเวลา และ จ่ายให้มากกว่าที่เคยได้รับอีกด้วย ซึ่งพี่ รูนี่ย์ เองก็บอกว่า เรื่องเงินในการค้าแข้งของเขานั้น ก็สำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ รูนีย์ คิดว่าสำคัญยิ่งกว่านั่นก็คือ ความพร้อมของสนาม ยังไม่ดีเท่ากับยุโรปแน่นอน หญ้ามันไม่ได้มาตรฐาน รูนี่ย์ ก็ไม่ไป ไม่ได้คิดเพียงแค่ว่าเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่านักเตะในยุโรปทุกคนจะปฏิเสธ เพราะก็มีนักเตะหลายๆ คนก็ตอบตกลงแล้วก็ไปค้าแข้งในจีน ก็มีเช่นเดียวกัน

แล้วนี่ก็คือการเผยไต๋ ที่ว่าทำไมสภาวะแข้งเดือดไหลไปจีนถึงมีมากในช่วงนี้ แล้วแฟนบอลที่เคยแทงบอลออนไลน์กับนักเตะดังๆ ในยุโรป แต่พอย้ายไปจีนแฟนบอลเหล่านั้นจะตามไปเชียร์ ติดตามผลงานอีกหรือไม่ แอดมินก็คิดว่า มีน้อยคนที่จะตามไป เพราะฟุตบอลลีกจีนต้องยอมรับว่าไม่ได้หวือหวาเท่ากับฟุตบอลในยุโรปเหมือนทุกวันนี้แน่นอน

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ทำความรู้จักยอดนักฟุตบอลแห่ง uae โอมาร์ อับดุลราห์มาน ได้ที่นี่ “sbobet”

สวัสดีเพื่อนๆ ที่รักกีฬาฟุตบอลทุกคนเลย เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับฟุตบอลคู่คำคืนนี้ที่แสนดุเดือด ซึ่งก็แน่นอนว่าช่วงนี้มีทั้งบอลในเมืองผู้ดีอังกฤษที่เป็นบอลพรีเมียร์ลีก แล้วก็บอลในรอบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 2018 เองที่ก็มีตารางการแข่งขันเตะกันเรื่อยๆ ตลอดทุกช่วงปีเนี่ยนะครับ ซึ่งเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบดูฟุตบอล หรือว่า ชอบแทงบอลออนไลน์เนี่ยนะครับ ก็คงจะลุ้นกันสนุกสนาน ลุ้นกันแบบว่าตัวโก่งกันเลยทีเดียว และ ในบทความของเราตอนนี้”sbobet“เองก็มีเรื่องราวของนักฟุตบอลอีกหนึ่งคน ที่เรียกได้ว่าเป็นช้างเผือกในป่าใหญ่เลยก็ว่าได้ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตามอง แล้วก็ฝีเท้าต้องบอกว่าน่าสนใจ เขาจะเป็นใคร แล้วเป็นนักเตะชาติไหน ไปติดตามเรื่องราวของเขาคนนี้กันเลยครับ

ตอนนี้"sbobet"เองก็มีเรื่องราวของนักฟุตบอลอีกหนึ่งคน ที่เรียกได้ว่าเป็นช้างเผือกในป่าใหญ่เลยก็ว่าได้ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตามอง

ทำความรู้จักยอดนักฟุตบอลแห่ง uae โอมาร์ อับดุลราห์มาน ได้ที่นี่ “sbobet”

ในช่วงต้นนั้นแอดมินกำลังจะกล่าวถึงนักเตะที่มีชื่อว่า โอมาร์ อับดุลราห์มาน ซึ่งชื่อนี้ก็แน่นอนว่าถ้าใครรู้จัก ก็จะต้องเป็นนักฟุตบอลของชาติ uae ที่แสนจะโด่งดังกันในตอนนี้ แล้วก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ได้รับฉายาว่าเป็น พ่อมดน้อยแห่ง uae ที่น่าจับตามอง ในด้านประวัติพื้นฐานของนักเตะคนนี้ก่อนเลย ซึ่งนักฟุตบอลคนนี้เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แล้วก็เป็นครอบครัวที่น่าสงสารด้วยซ้ำไป เพราะว่าเขาเกิดมาในครอบครัวที่เป็นชาวอพยพมาจากเยเมน แล้วก็พาครอบครัวมาที่กรุงรียาส ประเทศซาอุ แล้ว โอมาร์ พ่อมดน้อยคนนี้ ก็มาเกิดที่ประเทศซาอุ แต่ก็ไม่ได้สัญชาติซาอุ เนื่องจากเป็นคนอพยพนั้นเอง ในครอบครัวของเขานั้นมีพี่น้องร่วมท้องเดียวทั้งหมด 5 คน แล้ว โอมาร์ ก็เป็นลูกชายคนสุดท้องน้องเล็กสุดเลยก็ว่าได้ เมื่อครอบครัวของเขานั้นไม่ได้ร่ำรวยอะไร แล้วก็เป็นครอบครัวในชนชั้นแรงงานด้วยซ้ำไปเนี่ยนะครับ ก็ทำให้นักฟุตบอลคนนี้ ไม่ได้มีสนามฟุตบอลหรูๆ เหมือนกับนักฟุตบอลดาวดังคนอื่นๆ ถือว่าเป็นนักเตะที่อดทนสู้ชีวิตมากจริงๆ เพราะเขานั้นเล่นฟุตบอลกับพวกเพื่อนๆ ในถิ่นเกิดของเขาเองตามข้างถนนทั่วไป แต่นักเตะข้างถนนแบบนี มันจะมีฝีเท้าที่ดีกว่านักเตะในสนามฟุตบอลได้อย่างไร นี่สิมันคือคำถามที่น่าเหลือเชื่อ เพราะมีอยู่วันหนึ่ง ก็มีแมวมองไปมองเห็น โอมาร์ คนนี้ กำลังเตะบอลกันอยู่ข้างถนนแล้วเห็นแววเด่น แววดัง ก็เลยถูกดึงตัวจากนักเตะข้างถนน เข้าไปเล่นฟุตบอลกันในสโมสรฟุตบอลที่ค่อนข้างมีชั้นที่สุดในประเทศซาอุกันเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่า จากเด็กน้องข้างถนนเท่านั้นเอง จะสามารถนำพาตัวเองไปถึงสโมสรฟุตบอลดังในซาอุได้ แต่ในความโชคดีมันก็ยังมีความโชคร้ายอยู่ เพราะหลังจากที่สโมสรฟุตบอลในซาอุเชิญ โอมาร์ ไปทำการทดสอบฝีเท้าจนผ่าน สามารถเข้าไปเล่นในทีมฟุตบอลแห่งหนึ่งของซาอุได้แล้ว แต่ด้วยความที่ว่า ทางสโมสรฟุตบอลจะมอบสัญชาติซาอุให้แก่โอมาร์เพียงคนเดียว ส่วนคนในครอบครัวที่เหลือไม่มีสิทธิ์ ทั้งนี้ โอมาร์ ด้วยความรักครอบครัวก็เลยไม่ตอบตกลงที่จะเล่นฟุตบอลในสโมสรนั้นทันที แต่ในความโชคดีของ uaeนั้นก็คือว่า เพราะ uaeได้ทำการยืนใบสัญชาติ uae ให้ทั้งครอบครัวของ โอมาร์ ดังนั้น พ่อมดน้อยแห่ง uaeคนนี้ก็ไม่คิดและไม่ลังเล ตอบตกลงที่จะย้ายถิ่นฐานไปที่ uae โดยทันใด แล้วนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของนักฟุตบอลทีมชาติ uae คนนี้นั้นเอง

เมื่อย้ายเข้ามาอยู่ที่ uaeเรียบร้อยแล้ว โอมาร์ก็เข้ามาค้าแข้งอยู่ในสโมสรที่ชื่อว่า อาวอาย ใน uaeจากนั้นสาเหตุที่ได้ขึ้นชั้นที่ขึ้นมาติดทีมชาติของ ยูเออี ได้นั้น ก็เพราะว่าในขณะนั้นมีโค๊ชทีมชาติ ยูเออี คนหนึ่ง ที่ตอนนั้นก็เคยเข้ามาคุมทีมที่บ้านเราที่ประเทศไทยด้วย ก็ไปเห็นฟอร์มอันดุเดือดของนักเตะคนนี้เข้าพอดี แต่ในด้านของการค้าแข้งในสโมสรนั้น โอมาร์ ก็สามารถนำพาตัวเองขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรอาวอายได้ตั้งแต่เขาเองยังมีอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นนักเตะที่อยู่ในวัยอายุน้อยที่สุดของทีมในตอนนั้นด้วย แต่ในนามทีมชาติของ ยูเออี เองนั้นก็มีนักเตะในรุ่นเดียวกันที่มีอายุน้อยเหมือนกัน ก็มีหลายคนอยู่ อย่างเช่น ฮาเมด คาริว หรือว่า อารี มักคุด ที่ทั้งสามคนก็พาทีมชาติยูเออี ไปคว้าแชมป์ในชุด U19  มาแล้วด้วย แล้วก็ตามมาด้วยแชมป์อื่นๆ อีกมากมายของยูเออี ก็ถือว่าเป็นการระเบิดฟอร์มได้ดีสำหรับพ่อมดน้อยคนนี้

ถ้าใครได้ติดตามชมการแข่งขันฟุตบอลในโซนเอเชียของเราบ้าง ก็คงจะพอรู้ว่า นักเตะคนนี้ที่เพื่อนๆ อาจจะเข้าไปอ่านเจอในบทวิเคราะห์ฟุตบอลตอนก่อนจะเข้าไปแทงบอลออนไลน์นั้น ก็จะมีรายชื่อนักเตะคนนี้ติดอยู่นั้นเอง ถือว่าเป็นดาวของยูเออีที่จัดว่าเด็ดคนหนึ่งเลยทีเดียว ใครที่เป็นสายสายลูกหนังทั้งในและนอกก็ต้องติดตามผลงานของพ่อมดน้อยคนนี้ต่อไปคิดว่ามีอะไรดีๆ มาให้เราได้เห็นกันอีกแน่เลย

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ถึงคราวซวยของ ตำนานปีกขวาทีมชาติอังกฤษ เดวิด เบ็คแฮม จะเป็นยังไงติดตามที่ “sbobet”

ถ้าพูดถึงเรื่องราวของตำนานปีกขวาทีมชาติ อังกฤษ เบอร์ 7 หลายๆ ท่านที่เป็นคอบอล ที่เคยเล่นแทงบอลมาก่อนหน้านี้บ้างเป็นบางครั้ง หรือ บางท่านก็เคยอ่านบทความวิเคราะห์บอลสดกันมาบ้างนั้น คุณจะนึกถึงใคร แน่นอนว่า คำตอบของแต่ละท่านเอง ก็คงจะไม่ใช่ใครอื่น เขาคนนั้นก็คือ เดวิด เบ็คแฮม นั่นเอง ซึ่งในเรื่องราวที่มาเปิดประเด็นกันในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องฝีเท้าของยอดนักเตะคนนี้ เพราะเรื่องนี้เชื่อว่าแฟนบอลรุ่นกลาง รุ่นเก๋า จะรู้อยู่แล้วว่า เขาคือสุดยอดซุปตาร์คนนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากเลย เกี่ยวกับ เบ็คแฮม เองมันมีอะไรที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น ไปติดตามเรื่องนี้พร้อมๆ กันเลยกับทางเข้า “sbobet

สิ่งหนึ่งที่เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากเลย เกี่ยวกับ เบ็คแฮม เองมันมีอะไรที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น ไปติดตามเรื่องนี้พร้อมๆ กันเลยกับทางเข้า "sbobet"

ถึงคราวซวยของ ตำนานปีกขวาทีมชาติอังกฤษ เดวิด เบ็คแฮม จะเป็นยังไงติดตามที่ “sbobet”

ล่าสุดต้องบอกว่า เดวิด เบ็คแฮม นั้นมาถึงคราวซวยที่สุดในเส้นทางหลังประสบความสำเร็จในการค้าแข้งอยู่บนกองเงินกองทอง เพราะตามที่ตกเป็นข่าว มีมือดี ที่สามารถโจรกรรม ลักลอบเข้าไปเจาะอีเมลล์ของตำนานซุปตาร์คนดังคนนี้มาอย่างยิ่งเลย พูดง่ายๆ ว่า งานเข้า เบ็คแฮม อย่างจริงจังเลย ซึ่งผู้ที่แฮ็คเข้าไปในอีเมลล์ของ เบ็คแฮม นั้น ได้มีการเรียกค่าไถ่เป็นเงินราวๆ 40 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยมีอีเมลล์ของ เบ็คแฮม เองบางฉบับ ที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อที่จะขู่ตัวเองนั้น ก็คือ อีเมลล์ฉบับลับสุดยอดที่สามารถเปิดโปงเบื้องลึก เบื้องหลังของความเป็นซุปตาร์คนดัง ที่ภาพลักษณ์เป็นคนรักเด็ก รักสังคม รักความเสมอภาค แต่จริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่ใช่คนแบบนั้น พูดง่ายๆ ว่าที่ผ่านมานั้น เบ็คแฮม สร้างภาพแกล้งจะเป็นคนดีหรือเปล่า ตรงนี้ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

ต้องบอกว่า ตอนนี้ถึงคราวซวยของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตตำนานนักเตะทีมชาติอังกฤษ ที่ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงวัย 41 ปี ที่ตอนนี้ก็ยังมีคนรักเขามากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนังโลกก็ว่าได้ แล้วเขาเองก็ถูกยกย่องให้เป็นอย่างกับไอดอลของใครหลายๆ คนที่อยากจะมีชีวิตที่เหมือนกับ เบ็คแฮม แม้ว่า เขานั้นจะออกมาประกาศแขวนสตั๊ชไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงปี 2013 หลังจากที่พาทีมตัวพ่อแห่งลีกฝรั่งเศส อย่าง เปเอสเช ที่สามารถจะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนั้นไปได้สำเร็จ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกี่ปีๆ ทุกคนก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องยอมรับอีกว่า เขามีความดังอย่างกับพลุแตกยิ่งกว่าที่สมัยเขาเล่นฟุตบอลอยู่อีกด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลที่ว่า ในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมานี้ไม่นาน ก็มีการออกมาเฉลี่ยว่า เบ็คแอม นั้น เขาสามารถที่จะหาเงินเข้ากระเป๋าประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ต่อ 1 วัน ย้ำว่า 3 ล้านกว่าบาท ต่อ 1 วัน ซึ่งมียอดเฉลี่ยแค่ปี 2016 เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เขาสามารถหาเงินเข้ากระเป๋าไปมากกว่า 1 พันหนึ่งร้อยล้านบาทเลยทีเดียว นี่เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น แต่คิดๆ ดูว่าเมื่อเวลาผ่านมานานแสนนานแล้ว หลายต่อหลายปี เบ็คแฮม เองก็คงจะมีทรัพย์สินที่มากมายมหาสานเลยทีเดียว โดยมีตัวเลขทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 1 หมื่นสองพันล้านบาทเลยทีเดียว

แต่เรื่องราวที่มีการถูกเปิดเผยออกมาว่า อีเมลล์ ที่เหล่าแฮ็คเกรอ์ ได้มีการเปิดเผยออกมานั้น กลายเป็นว่า เป็นอีเมลล์ที่ เบ็คแฮม ส่งให้กับบรรดาผู้จัดการส่วนตัวของเขาเอง เป็นเนื้อหาที่จัดว่าทำให้ทุกคนต้อง อึ้ง ทึ้ง ช็อค กันไปเลยทีเดียว ซึ่งภาพลักษณ์ของนักเตะตัวพ่อคนนี้ คือผู้ที่เป็นบุคคลที่คอยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และ งานที่สำคัญที่ เบ็คแฮม นั้นสร้างมานั้น ก็คือ การช่วยเหลือเด็กที่มีความยากลำบากในสังคมต่างๆ จนเขาเองได้รับความไว้วางใจ ให้มาเป็นทูตแห่งความดูแลเด็กของยูนีเซฟเลยทีเดียว แต่จริงๆ แล้ว ในหลักฐานของอีเมลล์นั้น ได้ปรากฏบทสนทนาว่า ทางยูนิเซฟเอง ก็เชิญให้เขานั้น มาบริจาคเงินมากกว่า 30 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็ก แต่ในบทสนทนานั้น เบ็คแฮม เองก็ได้บอกเอาไว้ว่า ถ้าบริจาคแล้ว เขาไม่ได้ยศถาบรรดาศักดิ์ ขั้นอัศวิน แล้วละก็ เรื่องนี้ไปไกลๆ แล้วก็ไม่ต้องมาพูดกับเขาอีก แต่ถ้าหากว่า บริจาคแล้ว เขาได้ชื่อเสียง เขาได้ยศถาบรรดาศักดิ์ เขาก็จะยอมรับเงื่อนไข และ ยินดีที่จะบริจาคเงินในทันที แถมในข้อความในอีเมลล์นั้น ก็ยังเขียนพาดพิงบุคคลในวงการบินเทิง ที่เขาเคยได้รับรางวัล ด้วยข้อความประมาณว่า ไอ้คนที่ร้องเพลงในงานลัคบี้บาง หรือ ไอ้คนที่เขาไปในงานแสดงต่างๆ นั้น แต่จริงๆ แล้วไอ้คนเหล่านั้น มันแถมยังเล่นยาอีกเนี่ยนะ ไอ้คนแบบนี้หรอ ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ มันสมควรที่จะได้รับตรงไหนกันเชียว มันช่างน่าขำสิ้นดี

แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้ปรากฏออกมา ไม่ว่าจะเป็นในวงการโลกและวงการลูกหนังที่หลายๆ คนก็เคยที่จะแทงบอลกับ เบ็คแฮม มาเองนั้น ก็ต้องให้ความสนใจกันเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ล่าสุดทางทีมงานของ เบ็คแฮม เองก็ออกมาแก้ข่าวว่า อีเมลล์ ข้อความสนทนาเหล่านั้น มันเป็นเพียงแค่ข้อความที่จะมาแบล็คเมลล์ เบ็คแฮม เท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ก็จะเป็นเรื่องจริงหรือจะเป็นเรื่องของการแบล็คเมลล์กันจริงหรือไม่ ก็ต้องติดตามกระแสนี้กันต่อไปเรื่อยๆ และ ติดตามได้ที่ “sbobet“ตลอด 24 ชั่วโมงได้เลย

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ใครจะเหนือกว่าใคร ใครจะเก๋ากว่าใครกับ 2 ยอดนักเตะระดับโลก ติดตามที่ “sbobet”

ในบทความของ”sbobet“ตอนนี้มาเอาใจคนที่รักฟุตบอล ชื่นชอบในการติดตามข่าวสารในวงการลูกหนังกันอีกสักนิดหนึ่งจะดีกว่า แต่ก่อนที่จะไปติดตามเรื่องราวกันในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็ต้องบอกว่าช่วงนี้เรื่องฟุตบอลในฝั่งยุโรปกำลังเป็นช่วงที่สนุกสนานมากที่สุด แล้วเพื่อนๆ คนไหนที่ดูบอลไปด้วย แล้วอยากจะหากิจกรรมสนุกๆ ที่มาลงทุนกันในแมทซ์หยุดโลกหรือว่านัดสำคัญๆ ก็ต้องสามารถเลือกแทงบอลออนไลน์กันในเว็บไซต์ก็จะง่ายและสะดวกมากที่สุดกันในยุคนี้ ยุคแห่งความเป็นออนไลน์นั้นเอง

เพื่อนๆ ที่ชอบแทงบอลออนไลน์กับทางเข้า "sbobet"ก็จะรู้ดีว่า บางครั้งการวิเคราะห์บอลมาอย่างดี แต่มันไม่เกิดขึ้นอย่างที่วิเคราะห์กันเป็นไปได้เช่นกัน

ใครจะเหนือกว่าใคร ใครจะเก๋ากว่าใครกับ 2 ยอดนักเตะระดับโลก ติดตามที่ “sbobet”

ตามหัวข้อของเราที่เปิดประเด็นกันไว้ เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนสนใจและอยากจะรู้กันแล้วว่า 2 ยอดนักเตะระดับโลกนั้น เค้าคือใคร แล้วเป็นใครกันแน่ ในบทความของเราก็จะนำเอา 2 ยอดนักเตะที่กำลังจะกล่าวถึงนี่แหละนะครับ นำมา Battle กันในเรื่องของ สถิติ ที่โคตรโหดกระโดดยิงกัน ก็เป็นคู่ปรับกันระหว่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลีโอเนล เมสซี่ นั้นเอง ก็ต้องถือได้ว่า นักเตะทั้งสองคนนี้ เค้าก็เป็นคู่ปรับกันตลอดกาลมาเลยทีเดียว พูดง่ายๆ ว่าชิงแชมป์ความเป็นสุดยอดนักเตะเบอร์หนึ่งกันว่าอย่างงั้นดีกว่า แต่ใครๆ ก็มักจะรู้กันดีว่า พี่โด้ โรนัลโด้ ของเราเนี่ยอย่างไงๆ แล้วก็เป็นเบอร์หนึ่งของโลกอยู่ตอนนี้ ดังนั้น บางมุมอาจะมีสถิติที่เบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของโลก เค้าก็แข่งขันกันอยู่ เพราะว่าพ่อมนุษย์ต่างดาว เมสซี่ นั้นถือว่ามีแนวโน้มที่จะทำลายสถิติของพี่โด้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ เพราะว่าขณะนี้ โรนัลโด้นั้นก็มีอายุอานามที่ก้าวเข้าสู่ช่วงหลัก 3 ต้นๆ แล้ว

สถิติจุดแรกเลยที่จะมา Battle กันกับนักเตะทั้ง 2 คนนี้ก็คือ เรื่องของการคว้ารางวัลบันรงดอร์กับ 2 สโมสรนั้นเอง ซึ่งตามข้อมูลที่เก็บสถิติกันมา รางวัลนี้กับเมสซี่ที่ได้มา ก็เป็นการรับรางวัลกับสโมสรเดียว แต่ถ้าจะให้เหนือกว่าแล้วก็คิดว่าอยู่ทีมไหนก็อันตรายกับทีมที่มาแข่งกับทีมนั้นก็ต้องยกให้ โรนัลโด้ ล่ะครับ เพราะสมัยที่พี่แกอยู่กับทีมผีแดงนั้น โรนัลโด้ก็รับรางวัลนี้มา 3 สมัยซ้อน แล้วก็ย้ายมา เรอัล มาดริด ก็พลัดกันรับรางวัลนี้ระหว่าง เมสซี่ กับ โรนัลโด้ แต่เมสซี่ก็ได้แค่กับทีมบาร์ซ่าทีมเดียวเท่านั้นเอง ดังนั้น ในยกนี้ ก็ต้องให้โรนัลโด้ที่ต้องเป็นฝ่ายเอาชนะกันไปในหมัดแรกที่มา แบทเทิล กันนะครับ

ในยกต่อมาที่จะทำการ แบเทิล กันนั้น ก็คือ สถิติการคว้าแชมป์ในลีคที่เป็นแชมป์เปี้ยนลีคสูงสุดของสโมสรนั้นเอง อย่างที่รู้ๆ กันว่า โรนัลโด้ นั้นก็อยู่มา 2 สโมสรแล้ว แต่ตัวเมสซี่เอง ถ้าคิดว่าจะเอาแชมป์สูงสุดในลีค แล้วก็อยู่กับทีมบาร์ซ่าต่อไปเนี่ย มันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยากไปสักนิดหนึ่งนะ แต่อันนี้เป็นความคิดเห็นของแอดมินเองนะครับ อย่าพึ่งไปตกใจกับแฟนบอลของเมสซี่เองและก็แฟนบอลของทีมบาร์ซ่า เพราะในอนาคตนั้น เรื่องของฟุตบอลกลมๆ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้แทบจะทั้งนั้นแหละครับ แต่เอาเป็นว่า เราหยิบยกประเด็นมาพูดกันในสถิติที่ผ่านมาที่เห็นได้ชัดเจนจะดีกว่า ซึ่งถ้ามองย้อนไปที่สถิติที่ โรนัลโด้ ทำเอาไว้ในสีเสื้อของ ผีแดง แล้วก็ มาดริด นั้นก็ต้องบอกว่าเยอะเลยล่ะครับ ลองนับมาคร่าวๆ ก้ต้องบอกว่ากับสีเสื้อของแมน ยู นั้น สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมา 3 สมัยด้วยกัน แล้วก็ไปคว้าแชมป์ยูฟ่าเมื่อปี 2008 มาอีก แล้วก็ไปที่ทีมมาดริดกันบ้าง ก็พาทีมไปคว้าแชมป์ลารีก้ามา 1 สมัย แล้วก็แชมปป์ยูซีแอล ทำมาแล้วมากถึง 2 สมัย ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าไม่ใช่น้อยๆ กันเลยทีเดียว ดังนั้น ในยกนี้ถ้าจะเปรียบกันหมัดต่อหมัด ก็แน่นอนล่ะครับ ชนะกันขาดลอยแล้วก็ต้องยกให้ยกนี้เป็นฝ่ายชนะไปก็ต้องเป็น โรนัลโด้ อีกเช่นเดิม เพราะพี่เค้าคนนี้ก็สามารถทำได้สุดยอดไร้เทียมทานกันเลยจริงๆ นะครับ

อีกหนึ่งยกที่ต้องมาทำการแบทเทิลกัน เพื่อหาผู้ที่คิดว่า ใครจะแน่กว่าใคร แล้วใครจะสุดยอดกว่าใคร ใครจะได้สถิติที่มากกว่าใคร นั้นก็คือ เรื่องของการคว้าแชมป์ในระดับทีมชาตินั้นเอง ซึ่งเชื่อว่า ในยกนี้มันเป็นอะไรที่แสลงใจเมสซี่กันมากพอสมควรเลย แอดมินคิดว่าอย่างนั้นนะครับ ซึ่งเจ้าตัวเองในพักหลังๆ มานี้กับสีเสื้อฟ้าขาว อาร์เจนติน่า นั้นยังไม่ถือว่ามีแชมป์ติดไม้ติดมือมา แล้วก็ไม่สามารถที่จะยกถ้วยแชมป์ขึ้นชูเหนือศรีษะแต่อย่างใด แต่ถ้ามาเทียบกับแบบหมัดต่อหมัด ยกนี้ก็คิดว่าเป็น โรนัลโด้ อีกเช่นกันที่สามารถเอาชนะ เมสซี่ ไปได้อย่างที่ใครๆ เค้าล่ำลือกันว่า พ่อหนุ่มคนนี้เค้าแข้งทองจริงๆ ครับ เพราะล่าสุด โรนัลโด้ นั้นก็สามารถพาทีมโปรตุเกสนั้นคว้าแชมป์ยูโร 2016 ครั้งล่าสุดนี้มาจนได้ อย่างไรก็ตาม แอดมินก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเปรียบเทียบว่าใครเก่งกว่าใคร แต่เอาผลงานและสถิติที่เกิดขึ้นจริงๆ มาถกกันเท่านั้นนะครับ เพราะลูกฟุตบอลกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเพื่อนๆ ที่ชอบแทงบอลออนไลน์กับทางเข้า “sbobet“ก็จะรู้ดีว่า บางครั้งการวิเคราะห์บอลมาอย่างดี แต่มันไม่เกิดขึ้นอย่างที่วิเคราะห์กันเป็นไปได้เช่นกัน

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

“sbobet” เจาะลึกเรื่องราวของกุนซือระดับโลก คาร์โล อันเชล็อดติ

          เจาะลึกวงการฟุตบอลรอบโลกในตอนนี้ เราไปโฟกัสกันที่เรื่องราวของกุนซือผู้กุมบังเหียนที่ประสบความสำเร็จในการคุมทีมมากมายอีกหนึ่งคน ที่เขาได้รับฉายาว่าเป็น มิสเตอร์แชมป์เปี้ยนส์ลีก เขามีนามว่า คาร์โล อันเชล็อดติ นั่นเอง เชื่อเหลือเกินว่าภายใต้การคุมทีมฟุตบอลของเขาผู้นี้ ก็ต้องมีคอบอลตัวยงที่ตามแทงบอลออนไลน์ร่วมทัพมาแล้วหลายต่อหลายนัด ดังนั้น “sbobet“จะไปเจาะลึกถึงเส้นทางการกุมบังเหียนของเขากันว่าเริ่มต้นเป็นมาอย่างไร กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้

ภายใต้การคุมทีมฟุตบอลของเขาผู้นี้ ก็ต้องมีคอบอลตัวยงที่ตามแทงบอลออนไลน์ร่วมทัพมาแล้วหลายต่อหลายนัด ดังนั้น "sbobet"จะไปเจาะลึกถึงเส้นทางการกุมบังเหียนของเขา

“sbobet” เจาะลึกเรื่องราวของกุนซือระดับโลก คาร์โล อันเชล็อดติ

คาร์โล อันเชล็อดติ เขาผู้นี้เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปี 1959 มาถึงตอนนี้ เขาก็มีอายุเข้าไปที่ 58 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งชื่อเล่นของเขาก็คือ คาร์เรสโต้ นั่นเอง ดังนั้น การโฟกัสเรื่องราวของผู้ชายคนนี้ เราต้องเริ่มต้นด้วย ในสมัยที่ คาร์โล เองนั้นยังเป็นนักฟุตบอลก่อนเลย ซึ่งในสมัยที่เขายังเป็นนักเตะนั้น เขาได้เล่นฟุตบอลในตำแหน่งมิดฟิว ซึ่งค้าแข้งอยู่กับทีมโดมาร์ แล้วก็สร้างผลงานให้กับทีมต้นสังกัดในสมัยนั้นเอาไว้มากมาย แต่ผลงานเด่นๆ ที่สำคัญเลย ก็คือการพาทีมไปคว้าแชมป์ในซีเรีย อา ได้สำเร็จ มาได้ 1 สมัยด้วยกัน จากนั้นก็สามารถพาทีมไปคว้าแชมป์ โคปาร์ อิตาเลีย มาได้อีก 4 สมัยเลยทีเดียว รวมไปถึง คาร์โล ยังอยู่ในชุดรองแชมป์ยูโรเปียนส์คัฟ ปี 1984 อีกด้วย แต่ในปีนั้น ทีมอง คาร์โล เองก็ไปพ่ายแพ้ให้กับยอดทีมอย่างหงส์แดง ลิเวอร์พูล ไปนั่นเองทำให้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เป็นได้แค่พระรองในรายการนั้น แต่จากนั้นเป็นต้นมา คาร์โล เองก็ไม่หยุดในเรื่องการสร้างผลงาน ทำให้ในเวลาต่อมา ก็สามารถคว้าแชมป์ยุโรปในสมัยแรกได้สำเร็จ โดยเป็นช่วงที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขานั้น ได้ตัดสินใจที่จะย้ายทีมมาร่วมทัพด้วยกับทีมเอซี มิลาน ที่สามารถคว้าแชมป์ได้สมัยแรกและสามารถป้องกันแชมป์ได้อีกหนึ่งปีถัดมา ในช่วงปี 1989 และปี 1990 นั่นเอง รวมไปถึงการคว้าแชมป์ ลีก อีก 2 สมัยด้วยกัน จากนั้นเขาก็ได้หยุดสร้างผลงานใก้หับทีมใดๆ อีกต่อไป เพราะหลังจากที่ทำผลงานเอาไว้มากมายแล้ว เขาก็ออกมาประกาศหยุดบทบาทการค้าแข้งอย่างถาวร แต่พอหลังจากนั้น เขาก็เปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จากนักฟุตบอล ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลในเวลาต่อมา

เรื่องราวตามประวัติของการคุมทีม ของ คาร์โล อันเชล็อดติ นั้นก็เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่แพ้ในช่วงที่เขายังค้าแข้งอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งผลงานที่ คาร์โล ที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลย ในการคุมทีมก็คือ การได้มีโอกาสย้อนกลับมาคุมทีมเก่าอย่าง เอซี มิลาน นั่นเอง ที่เขาเองก็สามารถยึดเก้าอี้ผู้จัดการทีมได้นานถึง 9 ปีเลยทีเดียว พร้อมทั้งสร้างผลงาน นำพาทีมเอซี มิลาน ไปคว้าแชมป์ยุโรปได้มากถึง 2 สมัยด้วยกัน ก็เป็นช่วงฤดูกาล 2003 และ ฤดูกาล 2007 หลังจากนั้นก็พาทีมต้นสังกัด ไปคว้าแชมป์ซีเรีย อา ได้มาอีก 1 สมัยด้วยกัน ถัดมาจากนั้น ก็สามารถนำลูกทีมไปคว้าแชมป์โคปาร์อิตาเลีย มาได้อีก 1 สมัยด้วยกัน แล้วก็มีการนำลูกทีมไปคว้าแชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัยด้วยกัน พอหลังจากที่ คาร์โล อันเชล็อดติ รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความอิ่มตัวที่จะกระหายรางวัลในทีมเอซี มิลาน แล้ว เขาเองก็มีโอกาสที่ได้ย้ายไปคุมทีมสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่ทีมหนึ่งบนเกาะอังกฤษ จากนั้น เขาเองก็ถือว่าเข้าไปกระหายรางวัลอู่ไม่น้อย สามารถที่จะนำทัพสิงห์บลู ไปคว้า ดับเบิลแชมป์ ในปี 2010 มาได้อีกด้วย ซึ่งสามารถไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัฟ นั่นเอง แต่พอหลังจากนั้น อันเชล็อดติ เองก็กลายเป็นกุนซือที่มีชื่อเสียงอย่างมากเลยทีเดียว ทำให้เขาต้องกลายเป็นกุนซือเนื้อหอม ทีมยักษ์ใหญ่ต่างดอมดมให้เขานั้นไปกุมบังเหียนให้กับทีมตัวเอง เขาก็มีช่วงที่ชีพจรลงเท้าอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้มีโอกาสได้ย้ายตัวเองออกจากทัพสิงห์บลู แล้วก็ย้ายออกไปคุมทีมปาริส แชร์ แชร์งแมงค์ เป็นยอดทีมในฝรั่งเศสนั่นเอง ถึงแม้ว่า คาร์โล เองจะได้มีโอกาสเข้าไปคุมทีมเปเอสเช ได้เพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่ก็สามารถสร้างผลงานอันเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถพาลูกทีมไปคว้าแชมป์ในลีกเอิงได้อย่างสบายๆ แน่นอนว่ายอดทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด ก็กลายเป็นอีกหนึ่งที่ที่หมายตายอดกุนซือคนนี้เอาไว้ แล้วในที่สุดก็ต้องเรียกใช้บริการกุนซือคนนี้ในที่สุด ทันใดนั้นเอง เมื่อ คาร์โล ได้เข้าไปกุมบังเหียนทีมราชันย์ ก็สามารถพาทีมไปคว้าแชมป์ ยุโรป สมัยที่ 10 มาครองได้สำเร็จ ถือว่าเป็นแชมป์ที่ยิ่งใหญ่มากในปี 2014

ทั้งหมดนี้มันทำให้ คาร์โล อันเชล็อดติ กลายเป็นกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่คุมทีมฟุตบอลมากมายและพาทีมทุกๆ ทีมที่คุมไปคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้มากถึง 3 สมัยเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เอง ก็คงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคอบอลต้องตามติดกุนซือคนนี้ไปแทงบอลออนไลน์กับทุกๆ ทีมที่เขาได้กุมบังเหียนนั่นเอง ต้องยอมยกให้เขาเป็น มิสเตอร์แชมป์เปี้ยนส์ลีก ได้อย่างไร้กังขาเลยทีเดียว

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

“sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 3 จบ

          เรื่องราวของประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสโมสรลิเวอร์พูลนั้น ค่อนข้างที่จะเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเชื่อว่าทั้งสองตอนที่เราได้นำเสนอมานั้น คาดว่ามีแฟนบอลของหงส์แดงเองส่วนน้อยมากๆ ที่จะรู้เรื่องราวเหล่านี้ ก็นับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ เลยที่เพื่อนๆ ได้เข้ามาอ่านบทความนี้กัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปต่ออ่านตำนานของหงส์แดงกันต่อเลยในทางเข้า “sbobet” ของเราที่นี่กันเลย

ในผลงานตอนนี้ที่แฟนบอลหงส์แดงหลายๆ ท่านก็เข้ามาทายผลฟุตบอลออนไลน์กันในทางเข้า "sbobet" อยู่เรื่อยๆและก็พากันยิ้มแก้มปริกันไปในหลายๆ เกมส์

“sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 3 จบ

เมื่อครั้งที่เกิดสงครามแฟนบอลปะทะกันกับทีมหงส์แดงและทีมยูเว่ในนัดชิงชนะเลิศ ที่มีแฟนบอลของทีมยูเว่เสียชีวิตไปมากมาย แต่ปมจริงๆ ก็ไม่รู้ว่ามีฝ่ายไหนที่ถูกฝ่ายไหนที่ผิด แต่ด้วยแฟนบอลทีมยูเว่ตายเยอะกว่า สังคมก็เลยพากันประณามแฟนบอลทีมหงส์แดงว่าเป็นฝ่ายผิด แน่นอนว่าจากเหตุการณ์นี้ผลที่เกิดขึ้นภายหลังก็คือ ส่งผลกระทบไปถึงฟุตบอลอังกฤษกันทั้งหมดเลย เนื่องจากว่าโดนโทษแบนไม่ให้ทีมฟุตบอลบนเกาะอังกฤษทุกทีมห้ามเข้ามาร่วมการแข่งขันในลีกยุโรปเป็นเวลากว่า 5 ปี และทีมหงส์แดงเองที่เป็นต้นเรื่องหรือเปล่าไม่ทราบนั้น ก็ต้องโดนโทษแบนที่หนักไปอีก กลายเป็น 6 ปี ที่ห้ามเข้ามาแข่งขันในลีกยุโรป แล้วนั้นก็กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมฟุตบอลบนเกาะอังกฤษ กลายเป็นทีมหมูสนามจริงไปอยู่พักใหญ่ๆ เลย เนื่องจากว่าไม่สามารถเข้ามาชิมรางสนามจริงได้เป็นเวลานาน ในเวลาต่อมาสโมสรลิเวอร์พูล ก็มีกุนซือคนใหม่ ที่ชื่อว่า ดัสกิ้นท์ เข้ามาคุมทีมคนต่อมา นับได้ว่าในยุคของกุนซือคนนี้ในช่วงปลายยุค 80 ก็สามารถนำพาทีมหงส์แดงเอง ก้าวเข้ามาเป็นทีมที่เหนือชั้นในเกาะอังกฤษอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เรื่องราวเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดีแล้ว เมื่อครั้งที่ผ่านพ้นโศกนาฏกรรมที่ เฟแกรน ได้ทำเอาไว้ในยุคนั้น แต่เรื่องราวร้ายๆ และโศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นกับทีมลิเวอร์พูลอีกครั้งที่ฮิลโบโร่ ในปี 1989 ก็เป็นเหตุการณ์แฟนบอลปะทะกันซ้ำสอง แล้วครั้งนี้ก็มีแฟนบอลที่ต้องสังเวยชีวิตในสงครามลูกหนังครั้งนั้นมากกว่าเดิม ตัวเลขที่มีผู้เสียชีวิตก็คือ 96 ศพ เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการแข่งขันในรายการเอฟเอ คัฟ เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำสองและหนักกว่าครั้งแรก ก็นับได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นความรุนแรงครั้งเลวร้ายที่สุดของหงส์แดงเลยก็ว่าได้ เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลรุ่นเก๋าไม่เคยจะลืมเลือนเลย แต่หลังจากนั้นในอีกหนึ่งฤดูกาลถัดมา ลิเวอร์พูล ก็สามารถนำพาตัวเองไปคว้าแชมป์ในลีกสูงสุดได้เป็นสมัยที่ 18 ในปี 1990 นี่เป็นจุดที่สูงสุดที่หงส์แดงได้นำพาตัวเองขึ้นไปเป็นทีมฟุตบอลแนวหน้าของอังกฤษเลยก็ว่าได้ เพราะผลงานที่เคยสร้างกันเอาไว้ในยุคกุนซือหลายๆ คนที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่พาทีมไปคว้าแชมป์มากมาย แต่พอหลังจากฤดูกาล 1990 จบลง เริ่มต้นฤดูกาล 1991 ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้น ดัสกิ้นท์ ก็ประกาศลาออกจากหงส์แดง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นสถานการณ์ก็อยู่ในแถวหน้าของตารางอยู่ แต่เหตุผลที่ลาออกก็เพราะว่าความเครียดและแรงกดดันนั้นเอง ใครจะไปรู้ว่าหลังจาก ดัสกิ้นท์ ลาออกไปแล้ว มันเป็นอีกหนึ่งหายนะที่เกิดขึ้นกับลิเวอร์พูลเลยก็ว่าได้ ฟอร์มของทีมหงส์แดงก็เริ่มที่จะตกลงมาเรื่อยๆ แล้วมันก็เลวร้ายมากเมื่อถึงปัจจุบันนี้ ก็เพราะว่าหงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็ไม่เคยที่จะก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ในลีกสูงสุดอีกเลย หลังจากนั้นมา หงส์แดง ลิเวอร์พูล เองก็มีการเปลี่ยนตัวกุนซือคนใหม่เข้ามากุมบังเหียนเรื่อยๆ แต่ผลงานก็ได้แค่การคว้าแชมป์รายการเล็กๆ เท่านั้นเอง แต่รายการใหญ่ๆ สโมสรลิเวอร์พูลไม่เคยไปถึงมันเลย เมื่อฟอร์มของทีมตกต่ำลง ด้วยการนำเอากุนซือคนในทั้งหลายๆ คนเข้ามากุมบังเหียนแล้วมันไม่ได้เรื่อง นายใหญ่ของลิเวอร์พูลก็เริ่มที่จะแหกกฎของตัวเอง เริ่มที่จะไปค้นหากุนซือชาวต่างชาติที่มีฝีมือเก่งๆ เข้ามาทำงานแทนก็เริ่ม่ต้นด้วย เชร่า อูรีเย่ แต่ทีมหงส์แดงเอง ก็ยังอยู่ในนโยบายของแชร์งกี้ ผู้ที่เคยวางรากฐานเอาไว้อย่างดีที่สุดในอดีต หงส์แดงเองก็ยังคงให้โอกาสเด็กในสังกัดตัวเองชุดเยาวชนเพื่อก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่อยู่เรื่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของหงส์แดง ที่เราได้เห็น สตีเว่น เจอร์ราด และ ไมเคิล โอเว่น ก้าวมาเป็นซุปตาร์ของหงส์แดง แต่อย่างไรก็ตาม ทีมหงส์แดงในยุคหลังๆ มานี้ ก็ไม่อาจจะทัดทานการบริหารทีมแบบทุนนิยมได้ เพราะมีทีมอื่นๆ อย่างแมน ซิตี้ ที่ใช้เงินซื้อตัวนักเตะราคาแพงๆ เข้ามาใช้งาน แต่หงส์แดงเองก็ไม่อาจจะทำแบบนั้นได้ในยุคนั้น ทำให้ต้องเสียสตาร์ดาวดังไปมากมาย

แต่ท้ายที่สุดแล้วหงส์แดงอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของเหล่าเดอะครอปป์ ก็ดูเหมือนกว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นมาบ้างแล้วดูเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเรื่อยๆ ในผลงานตอนนี้ที่แฟนบอลหงส์แดงหลายๆ ท่านก็เข้ามาทายผลฟุตบอลออนไลน์กันในทางเข้า “sbobet” อยู่เรื่อยๆและก็พากันยิ้มแก้มปริกันไปในหลายๆ เกมส์ แล้วนี่ก็คือการเปิดตำนานทีมหงส์แดงแบบพอสังเขป ส่วนในครั้งหน้าจะมีสโมสรฟุตบอลทีมไหนมาเปิดตำนานกันอีกนั้นโปรดติดตามกันนะครับ

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

“sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 2

          เปิดตำนานของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกกันไปแล้วหนึ่งตอนก่อนหน้านี้ แต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ของสโมสรนี้ช่างแสนยาวนานจริงๆ ก็เลยต้องยกยอดเรื่องราวที่เหลือ เพื่อที่จะมานำเสนอกันต่อในตอนนี้ เพื่อไม่เสียเวลา ไปอ่านเรื่องราวประวัติของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล กันต่อได้เลยในทางเข้า “sbobet” แห่งนี้ช่องทางที่เหมาะสำหรับคนรักฟุตบอลออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ไปอ่านเรื่องราวประวัติของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล กันต่อได้เลยในทางเข้า "sbobet" แห่งนี้ช่องทางที่เหมาะสำหรับคนรักฟุตบอลออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

“sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 2

เมื่อผู้ชายที่ชื่อว่า แชร์งกี้ เข้ามาบริหารทีมหงส์แดงในขณะนั้น ด้วยสายตาที่เฉียบคมและกว้างไกลของเขาเอง ก็ทำให้ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลนั้น ก็มีนักเตะฝีเท้าดีมากมาย ทยอๆ กันเข้ามาสู่รั่วแอนฟิลต์อย่างต่อเนื่อง มันเหมือนกับการสร้างทีมให้แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัดเจนว่าทีมลิเวอร์พูลนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ณ เวลานั้นเอง ก็มีซุปตาร์มากมาย อาทิเช่น โรเจอร์ ฮันท์ , เอ็มลิน ฮิล , หรือจะเป็น สติฟ ไฮเวย์ เองก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้เอง จากการแข่งขันในระดับดีวีชั่น 2 ณ ขณะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะพาทีมขยับขึ้นไปสู่งลีกสูงสุดของประเทศ แล้วก็พาทีมลิเวอร์พูลเข้าไปคว้าแชมป์ในลีกสูงสุดได้มากกว่า 3 สมัยในเวลาต่อมา รวมไปถึงการพาทีมลิเวอร์พูล ก้าวเข้าไปเป็นสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย แต่แล้วผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพมาเปลี่ยนแปลงทีมหงส์แดงก็ต้องจากลาทีมไป แต่ผลงานที่ แชร์งกี้ ได้เคยทำเอาไว้ มันถือได้ว่าสร้างความง่ายในการคุมทีมของผู้จัดการทีมคนต่อไปได้แบบง่ายๆ ด้วยการวางรากฐานของทีมเอาไว้แบบดีเยี่ยมแล้ว พร้อมกับการฟูมฟักนักเตะในชุดเยาวชนมาไว้เตรียมพร้อมหมดแล้ว นั้นหมายความว่าในยุคของ แชร์งกี้ และ บ๊อบ เพลสรี่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ได้เข้ามาสานงานต่อกัน แต่ เพลสรี่ เองก็ไม่ใช่คนใหม่ซะทีเดียวสำหรับสโมสร เพราะเขาผู้นี้ก็ทำงานร่วมกับ แชร์งกี้ มานาน เป็นมือขวาที่ แชร์งกี้ ไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง ดังนั้น การเข้ามาสานงานต่อครั้งนี้ มันก็เหมือนกับการสวมจิตวิญญาณของการคุมทีมกับผู้จัดการทีมคนเก่าอยู่นั้นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้เอง ฟอร์มของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็กลายเป็นทีมฟุตบอลที่ขึ้นชื่อได้ว่า ไร้เทียมทาน และ กลายเป็นทีมลูกหนังเครื่องจักรสีแดง ไปในทันที นับได้ว่าในยุคนั้น หงส์แดง ก็พร้อมที่จะไปถล่มทีมฟุตบอลทีมอื่นๆ ได้ทุกที่ ทั้งบนเกาะอังกฤษเอง แล้วก็พร้อมที่จะไปถล่มทีมฟุตบอลในดีวีชั่นอื่นๆ ในยุโรปอีกด้วย สำหรับผลงานที่โดเด่นในการคุมทีมของ เพลสรี่ นั้นก็สร้างเอาไว้มากมาย เริ่มตั้งแต่การพาทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ไปคว้ามแชมป์ยูโรเปี้ยนคัฟ ในสมัยแรกได้สำเร็จในปี 1977 แล้วจากนั้นมา ก็พาทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลไปคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 3 สมัยเลยทีเดียว เมื่อหมดยุคของ เพลสรี่ ที่เขาได้ตัดสินใจวางมือไม่คุมทีมต่อในปี 1983 เป็นการคุมทีมหงส์แดงเพียงทีมเดียว เป็นเวลานานถึง 44 ปี ถ้ารวมตั้งแต่สมัยที่เขาได้เป็นนักเตะของหงส์แดงเอง แล้วก็เป็นผู้ช่วยของแชร์งกี้ ผู้จัดการทีมคนเดิม จากนั้นทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล เองก็มีผู้กุมบังเหียนคนใหม่เข้ามาสานงานต่อจาก เพลสรี่ แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็น โจ เฟแกรน เป็นบุคคลคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในทีมหงส์แดงเช่นเดียวกัน ดังนั้น มันก็เหมือนกับการสายงานต่อๆ กันด้วยนโยบายคุมทีมที่เริ่มวางรากฐานมาจาก แชร์งกี้ แล้ว แน่นอนว่าในยุคนั้น หงส์แดง ลิเวอร์พูล เองก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาฝีเท้าและฟอร์มของทีม แต่กลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่พร้อมจะถล่มคู่แข่งอยู่ได้ทุกเมื่อที่ลงสนาม ในยุคของ เฟแกรน เองที่เข้ามาคุมทีมเป็นฤดูกาลแรก ก็พาทีมหงส์แดง ก้าวขึ้นไปรับถ้วยแชมป์ยูโรเปี้ยนคัฟ เป็นสมัยที่ 4 ได้สำเร็จในปี 1984 แต่อีกหนึ่งสิ่งที่กลายเป็นจุดสนใจสำหรับทีมลิเวอร์พูลนั้น ก็น่าจะเป็นในช่วงปี 1985 มากกว่า ที่ทีมลิเวอร์พูลหลุดเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยนคัฟ ซึ่งที่มาของประเด็นนี้ก็คือ ทีมที่มาชิงแชมป์กับหงส์แดง ลิเวอร์พูล ในขณะนั้นคือ ยอดทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูเว่ ที่ทุกคนเชื่อว่า เกมส์นั้นเอง น่าจะเป็นการเจอกันสองทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่จะมีการฟาดฟัดกันอย่างหนักหน่วง แต่เกมส์นั้นมันไม่ได้เป็นเกมส์ที่น่าจดจำสักเท่าไหร่ เพราะมันกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดเหตุการณ์หนึ่งเลยก็ว่าได้ เมื่อข้างสนามก็มีแฟนบอลของทั้งสองทีมเข้ามาปะทะกัน จนกลายเป็นเหตุทำให้แฟนบอลเหล่านั้นต้องเสียชีวิตลงมากถึง 39 ศพ เลยทีเดียว แล้ว 38 คนที่เสียชีวิตไปก็คือแฟนบอลของทีมยูเว่อีกด้วย

ดูเหมือนเรื่องราวของตำนานทีมหงส์แดงจะเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้น เราจะไปติดตามกันต่อไปอีกหนึ่งตอนข้างหน้ากับเราที่นี่ ทางเข้า “sbobet” ช่องทางที่นำพาคนรักฟุตบอลออนไลน์ เรื่องราวของกีฬาฟุตบอลทุกๆ กิจกรรมจะรวบรวมเอาไว้ที่นี่ มีพร้อมให้คุณได้เข้ามาเล่น เข้ามาสนุก เข้ามาลุ้นกับทุกๆ แมทซ์ที่คุณอยากจะติดปลายนวมได้ที่นี่ที่เดียว เชี่ยวชาญและให้บริการได้อย่างดีเยี่ยม

บทความที่น่าสนใจ  “sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 3 จบ

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

“sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 1

ทางเช้า “sbobet” ช่องทางของคนที่รักฟุตบอลออนไลน์ในครั้งนี้ มาเอาใจแฟนบอลทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลกันสักนิดหนึ่ง ด้วยประเด็นของการนำเสนอ ประวัติของทีมหงส์แดง ที่มาที่ไปของการก่อตั้งทีมตั้งแต่ต้น จนกลายมาเป็นทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ในลีกผู้ดีอังกฤษแบบนี้ได้นั้น มันมีความยาวนานพอสมควร จนกระทั่งตอนนี้มีแฟนบอลทีมหงส์แดงมากมายทั่วโลกไปแล้ว แล้วแฟนบอลหงส์แดงในบ้านเราเอง หลายๆ คนก็คงไม่เคยทราบตำนานของทีมที่ตัวเองเชียร์อยู่มาก่อน ดังนั้น ในบทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับประวัติของทีมหงส์แดงกัน

ตำนานของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ยังมีต่อในอีกหนึ่งตอนข้างหน้า ซึ่งทางเข้า "sbobet" ของเราก็เตรียมเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้แล้ว

“sbobet” เปิดตำนานทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นของทีมลิเวอร์พูลนั้น ถ้าอ่านกันไปแล้ว อาจจะดูว่าทีมฟุตบอลทีมนี้ จะค่อนข้างแตกต่างกับทีมฟุตบอลทีมอื่นๆ มากพอสมควร แตกต่างอย่างไรนั้นก็คือว่า ทีมหงส์แดง นั้นเริ่มต้นขึ้นด้วยความขัดแย้งของบอร์ดบริหารของทีมเอฟเวอร์ตันส์ โดยมีสนามแอนฟิลต์เป็นสถานที่ก่อให้เกิดเรื่องราวความขัดแย้งเหล่านี้ทั้งหมด เมื่อค้นประวัติกันไปจริงๆ แล้ว เดิมที่ในเมืองลิเวอร์พูลนั้น จะมีสโมสรฟุตบอลเพียงแค่สโมสรเดียวเท่านั้นก็คือ สโมสรเอฟเวอร์ตันส์ แล้วก็ใช้สนามเย่าของตัวเองเป็นสนามแอนฟิลต์ แต่หลังจากที่มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นในปี 1892 ก็มีการย้ายสนามเย่าเข้าไปใช้สนามพูริสันปาร์กแทน แล้วก็ไม่ซื้อสนามแอนฟิลต์มาเป็นกรรมสิทธิ์ของทีมเอฟเวอร์ตันส์ในขณะนั้น แต่เรื่องนี้ก็มีบอร์ดบริหารอยู่หนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้อย่างยิ่ง เขาผู้นั้นก็มีชื่อว่า จอห์น ฮูสติ่ง ที่เขาไม่เห็นด้วยก็คือไม่เห็นด้วยที่จะเปลี่ยนสนามเป็นรังเย่าแห่งใหม่ แทนสนามแอนฟิลต์นั้นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ความเห็นส่วนมากของบอร์ดบริหารคนอื่นๆ ต่างเห็นด้วยในประเด็นนี้ แต่คนที่ไม่เห็นด้วยมีเพียงแค่คนเดียวดังนั้น น้ำน้อยก็แพ้ไฟ เมื่อคนอื่นไม่เห็นด้วย แต่ จอห์น เองก็อยากที่จะอยู่ในสนามแอนฟิลต์ต่อไป ดังนั้น มีวิธีเดียวเท่านั้นเอง ที่เขาจะอยู่ในสนามที่เขารักต่อไปได้ก็คือ การสร้างสโมสรฟุตบอลขึ้นมาใหม่ แล้วความคิดนี้มันก็เกิดขึ้นจริงๆ โดย จอห์น ฮูสดิ่ง ก็ได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลขึ้นมา มีการบันทึกเอาไว้ว่า สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลมีการก่อตั้งขึ้นมอย่างเป็นทางการวันแรกนั้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปี 1892 นั้นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็เอาตัวเลข 2016 เข้าไปคำนวณดูได้เลยว่า หงส์แดง ลิเวอร์พูล นั้นก่อตั้งมาแล้วนานกว่า 124 ปีแล้ว ถือได้ว่าเป็นสโมสรฟุตบอลที่ค่อนข้างจะยาวนานเอามากๆ เลยทีเดียว แต่หลังจากวันที่ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลขึ้นมานั้น การที่จะยื่นขอเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลกับทาง เอฟเอ เองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลในขณะนั้นก็ถูกปฏิเสธ เนื่องจากว่าทีมตัวแทนในเมืองลิเวอร์พูลนั้นก็มีทีมเอฟเวอร์ตันส์ทีมเดิมอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เอง สโมสรลิเวอร์พูล ที่พึ่งจะก่อตั้งมาใหม่นั้น ก็ต้องจำใจยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ แล้วก็ต้องลงไปเล่นในรายการแข่งขันในลีกสมัครเล่นแทน แล้วจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็มีผู้จัดการทีมคนแรกที่ชื่อว่า จอห์น แม็คเคนนาร์ ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย เมื่อผลงานในช่วงฤดูกาลแรกที่ทีมน้องใหม่แบบนี้ ได้ไปผงาดอยู่ในลีกสมัครเล่น แล้วก็สามารถไปคว้าแชมป์มาได้ ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อลิเวอร์พูลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก็ทำให้การขอยื่นเรื่องเข้ามาเล่นในลีกหลักจนได้ โดยเอฟเอ ได้ใส่ชื่อทีมลิเวอร์พูลเข้าไปเล่นในลีกระดับดีวีชั่น 2 แล้วต่อจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ได้ก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดจนได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ จุดเริ่มต้นของสโมสรลิเวอร์พูล ก็มีจุดเริ่มต้นที่ดีในลีกสูงสุด ณ เวลานั้น จนกระทั่งเวลานี้ สโมสรฟุตบอลทีมนี้ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานทีมฟุตบอลที่ถูกเล่าขารกันต่อมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้

ต้องยอมรับว่าในช่วงก่อนสงครามโลกหรือแม้กระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น สโมสรลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้มีผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่หลังจากลีกได้สั่งหยุดดำเนินการแข่งขันไปสักระยะหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 40 แล้วก็กลับมาดำเนินการแข่งขันกันต่อ แล้วเมื่อนั้นเอง สโมสรลิเวอร์พูล ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในยุคของผู้ชายที่ชื่อว่า บิว แชร์งกี้ เพราะผู้ชายคนนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ทีมหงส์แดงนั้นประสบความสำเร็จ จนถูกยกย่องว่าเป็นปรัมมาจารย์ของวงการลูกหนังของโลกในเวลานั้นเลยก็ว่าได้ โดย แชร์งกี้ เองก็เข้ามาในทีมหงส์แดงเมื่อปี 1959 โดยตอนนั้นเอง ทีมลิเวอร์พูลก็อยู่ในระดับดีวีชั่น 2 เท่านั้นเอง ผู้ชายคนนี้ก็มาวางลากฐานทั้งหมดใหม่ ตั้งแต่การฝึกซ้อมนักเตะ การจัดหานักเตะหน้าใหม่ในระดับเยาวชน เพื่อที่จะมาเป็นกำลังทดแทนในอนาคต ซึ่งหลักการแบบนี้ในการทำทีม ก็เป็นสิ่งที่ แชร์งกี้ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ตำนานของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ยังมีต่อในอีกหนึ่งตอนข้างหน้า ซึ่งทางเข้า “sbobet” ของเราก็เตรียมเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้แล้ว เพื่อนๆ แฟนบอลหงส์แดงทั้งหลายสามารถเข้ามาอ่านกันได้ที่นี่เช่นเดิม รับรองว่าสนุกแน่นอน

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

“sbobet” เจาะลึกฟุตบอล รายชื่อนักเตะที่ไปได้ดีหลังย้ายทีมหนี บาร์ซ่า

          การที่ใครจะเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้นั้น มันก็มีความสำคัญๆ อยู่เพียงไม่กี่ประการเท่านั้น อย่างเช่น เมื่อลูกฟุตบอลกลมๆ มาเข้าอยู่ที่เท้า เราก็ต้องเลี้ยงให้ดี หรือไม่ก็ต้องจ่ายให้ดี หรือไม่ก็ยิงมันให้เข้ากรอบประตูให้ได้มากที่สุด แต่เรื่องทั้งหมดนี้มันก็แค่การพูดหรือคำสอนที่ว่ากันง่ายๆ แต่เมื่อได้ลงมือทำแล้ว มันก็ไม่ใช่ทุกคนทั่วไปที่จะทำมันได้ดี มันก็ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ ส่วน ต้องมีเพื่อนร่วมทีมที่ดี ต้องมีทีมฟุตบอลที่ดี ต้องมีการสอนที่ดี ดังนั้น เจาะลึกฟุตบอลในตอนนี้เราจะไปดูกันสิว่า มีนักเตะคนไหนบ้างที่หนีออกจากทีมดังที่ว่ากันว่าใครอยู่แล้วก็รุ่งแต่พวกเขาเหล่านี้อยู่แล้วไม่รุ่ง แต่ไปรุ่งกับทีมอื่น ทีมบาร์เซโลน่า นั่นเอง ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ที่นี่ “sbobet” ช่องทางของคนรักฟุตบอล

พวกเขาเหล่านี้อยู่แล้วไม่รุ่ง แต่ไปรุ่งกับทีมอื่น ทีมบาร์เซโลน่า นั่นเอง ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ที่นี่ "sbobet" ช่องทางของคนรัก

“sbobet” เจาะลึกฟุตบอล รายชื่อนักเตะที่ไปได้ดีหลังย้ายทีมหนี บาร์ซ่า

นักเตะคนแรก ดิเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์ซ่า เองนั้นได้ไปทุ่มเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อซื้อนักเตะรายนี้มาจากทีมโบคา จูเนี่ยร์ เมื่อ มาราดอนน่า นั้นได้เข้ามาเล่นฟุตบอลในประเทศสเปนแล้ว ก็ถือว่าซุปตาร์รายนี้ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ โดยการที่เจ้าตัวนั้นได้ถูกกองหลังในลีกสเปนทำร้ายร่างกายตัวเขาเองอย่างหนักหน่วง จนถึงขั้นที่ขาหักกันไปเลยทีเดียว จากนั้นมาในช่วงปี 1984 ก็มีสโมสรฟุตบอลนาโปลี ได้ทำเรื่องที่น่าเหลือเชื่อในวงการฟุตบอลในยุคนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการไปขอดีลซื้อตัว เสือเตี้ย มาราโดน่า รายนี้มาจากทีมเจ้าบุญทุ่ม แล้วการดีลนักเตะรายนี้ก็บรรลุวัตถุประสงค์ กลายเป็นทีมนาโปลี ทีมดังในศึกกัลโช่ ซีเรีย อา ในอิตาลี่ เป็นฝ่ายที่ได้เสื้อเตี้ยรายนี้ไปร่วมทัพด้วยในที่สุด ซึ่งมูลค่าในการซื้อตัวในเวลานั้นอยู่ที่ 6.9 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 220 ล้านบาท การที่ทีมนาโปลีเอง อยากได้ เสือเตี้ย ไปร่วมทีมนั้น ก็เพื่อต้องการจะให้นักเตะรายนี้ไปยกระดับทีมให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น แล้วการตัดสินใจซื้อนักเตะของนาโปลีครั้งนั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก มาราโดน่า สามารถพาทีมนาโปลี ก้าวขึ้นมาอยู่ในฐานะทีมฟุตบอลแถวหน้าๆ ของประเทศได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงวันที่ 23 กันยายน 1984 ในวันนั้นเอง มาราโดน่า ลงประเดิมสนามนัดแรกให้กับทีมนาโปลี แฟนบอลต่างก็พากันรอชื่นชมในความเทพของ เสือเตี้ย นักเตะคนนี้เข้าไปทำหน้าที่เหมือนกับเป็นทุกอย่างของทีม ทั้งยิง ทั้งจ่าย แล้วยังไม่เท่านั้น เสื้อเตี้ย ยังสามารถพาทีมชาติของตัวเอง ทีมชาติอาร์เจนติน่า ไปคว้าแชมป์โลกมาได้อีกด้วย แล้วก็ถือว่า เมื่อ เสือเตี้ย คนนี้ได้ย้ายทีมหนีบาร์ซ่าแล้ว เขาก็ไปสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นนักเตะในตำนานของทีมนาโปลีกันไปเลยทีเดียว จนกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานนักเตะเสื้อหมายเลข 10 จนมาถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีใครที่จะได้มาสวมเสื้อเบอร์นี้ต่อจากเขาได้เลย เพราะทีมนาโปลีเอง ได้ยกเสื้อเบอร์ 10 นี้ให้กับ เสื้อเตี้ย ที่สามารถคว้าแชมป์ ซีเรีย อา ในปี 1987 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่พอหลังจากหมดยุคของ เสือเตี้ย แล้ว ทีมนาโปลี ก็ไม่สามารถที่จะก้าวขึ้นไปแตะแชมป์ในลีกสูงสุดของประเทศได้อีกเลย

นักเตะคนที่สอง โรนัลโด้ การที่นักเตะรายนี้ย้ายหนีทีมเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า เข้าไปซบอกทีมอินเตอร์ มิลาน ซึ่งในเวลานั้นก็ได้ย้ายทีมด้วยมูลค่า 20.5 ล้านปอนด์ ถ้าพูดว่า เหยินใหญ่ เขาคนนี้ก็คือนักเตะหัวหอกระดับพระกาฬกันเลยทีเดียว เจ้าตัวได้ทำการค้าแข้งอยู่กับทีมบาร์ซ๋าเมื่อปี 1996 – 1997 ภายในฤดูกาลเดียว เหยิ่นน้อยคนนี้ถล่มตาข่ายไปได้มากถึง 47 ประตูเลยทีเดียว จากการลงเล่นทั้งหมด 49 นัด ทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ในปีนั้นได้อีกด้วย แต่พอหลังจากย้ายทีมหนีบาร์ซ่าไปแล้ว เจ้าตัวก็ได้ก้าวขึ้นไปอีกขุ้น ด้วยการพาทีมอินเตอร์ มิลาน ไปคว้าแชมป์โลกในปี 2002  พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของรายการ แล้วจากนั้นเอง เจ้าเหยิ่นน้อยรายนี้ ก็สามารถนำพาตัวเองไปสร้างชื่อเสียงต่อที่ทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ด้วยการคว้า 2 แชมป์ลาลีก้า กับอีกหนึ่งรางวัลบัลลงดอร์ได้อีกด้วย พร้อมกับการคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของฟี่ฟ่าได้อีก 1 ครั้งในเวลาต่อมา เรียกได้ว่าเมื่อย้ายหนีออกจากทีมบาร่าแล้ว นักเตะคนนี้ก็สามารถก้าวไปคว้ารางวัลมาให้กับตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็ฯกำเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นี่คือซุปตาร์ที่ย้ายทีมหนีจากบาร์ซ่าแล้วไปได้ดี แต่มันก็ไม่ได้เป็นจริงแบบนี้ทุกคนเสมอไป นักเตะบางคนก็ออกไปดับได้เช่นเดียวกัน แต่เราก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ล่าสุดนี้ ยอดแข้งอย่าง เนย์มาร์ ที่คอบอลและคนที่ชื่นชอบการทายผลบอลออนไลน์ใน “sbobet” เองก็ลองเข้ามาคอมเม้นท์คาดเดากันสิว่า เมื่อย้ายไปซบอกเปเอสเชแล้ว ซุปตาร์รายนี้จะไปรุ่งหรือไปร่วงกันแน่

โพสท์ใน บทความน่ารู้เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น